Archives for category: Uncategorized

นายอานนท์ ทับเที่ยง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมสรุปแผนรองรับ ภายหลังรายได้ค่าสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาใน 4 ปัจจัยที่จะทำให้บริษัทมีรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้น หลังจากที่โอนรายได้สัมปทานไปให้กับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คือ

1.การมีพันธมิตรทางธุรกิจ 2.ธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแบบมีสาย 3.ธุรกิจอินเตอร์เน็ตไร้สาย(ไว-ไฟ) และ4.ธุรกิจการให้บริการ 3จี โดยแผนทั้งหมดนี้จะสรุปภายในปี 2555

“ปัจจุบันบริษัทมีรายได้ในสัมปทานอยู่ที่ 40% หรือคิดเป็น 27,000 ล้านบาท จากรายได้ทั้งหมด ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า จะใช้แผนไหน ต้องใช้เวลาศึกษาก่อน โดยในปี 2555 น่าจะสรุปแผนได้” นายอานนท์ กล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ปัจจุบันเอกชนผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะเปิดให้บริการระบบ 3 จีแล้วก็ตาม ด้วยการอัพเกรดบนคลื่นความถี่เดิม แต่บริษัททีโอทีก็ไม่หวั่นแต่อย่างใด เพราะการเปิดให้บริการ 3 จี ของทีโอทีนั้น เป็นคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับมาตรฐานสากล สามารถรองรับกับอุปกรณ์เชื่อมต่อทุกรุ่น และสามารถรองรับข้อมูลความเร็วสูงได้ ปัจจุบันมีลูกค้าทีโอทีที่ใช้บริการ 3 จีทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 3 แสนราย แบ่งเป็นลูกค้าจากการทำตลาดบริการขายต่อบริการบนโครงข่ายเสมือน(เอ็มวีเอ็นโอ) จำนวน 2.2 แสนราย ส่วนลูกค้าที่ทีโอทีทำตลาดเองมี 80,000 ราย

ทั้งนี้แผนการติดตั้งโครงข่าย 3จี อยู่ระหว่างการติดตั้งและขยายโครงข่าย แม้ช่วงแรกการติดตั้งล่าช้าไป แต่มั่นใจว่าการเปิดให้บริการจะเป็นไปตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งการติดตั้งสถานีฐานตามเงื่อนไขการประมูลต้องติดตั้งทั้งหมด 5,320 สถานี โดยคาดว่าในเดือนพฤศจิกายนนี้จะสามารถให้บริการได้ในกรุงเทพฯและอีก 18 จังหวัด และภายในเดือนพฤษภาคม 2555 จะเปิดให้บริการได้ทั่วประเทศตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้การให้บริการไว-ไฟฟรีในพื้นที่สำคัญ อาทิ สถานที่ราชการ สถานศึกษาและสาธารณะนั้น ตามนโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ขณะนี้กำลังจัดทำแผนการดำเนินงาน โดยจะต้องนำแผนดังกล่าวเข้าหารือกับไอซีทีก่อน ซึ่งบริษัทพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนโยบายทุกอย่างของไอซีทีและรัฐบาลอย่าง เต็มที่ ในเดือนตุลาคมนี้จะเห็นบริการในจุดสำคัญ

จาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นรวยไม่เลิก หลังทำกำไรช่วงครึ่งปีพุ่งกระฉูดไปแล้ว ยังจ่ายเงินปันผลสูงเป็นประวัติการอีก รวม 1.1 แสนล้านบาท ปตท.ยังคงครองแชมป์ ส่วนบริษัทในเครือชินฯ ทั้งเอไอเอส และ ชินคอร์ป จ่ายปันผลสูงเป็นอันดับ 2 และ3

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากยอดขายและกำไรสุทธิของ บริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2554 ที่เติบโตอย่างโดดเด่น ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้ง 2 ไตรมาส ส่งผลให้จำนวนบริษัทที่จ่าย เงินปันผลและมูลค่าการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกของปี สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยบริษัทจดทะเบียนที่ประกาศจ่ายเงินปันผลแล้ว 126 แห่ง มูลค่ารวม 110,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.48 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงถึงระดับแสนล้านบาท

“หากพิจารณาสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นับว่ามูลค่าการจ่ายเงินปันผลเติบโตขึ้นกว่า 14 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2545 ซึ่งมีมูลค่ารวม 7,604 ล้านบาท และจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จาก 40 แห่งในปี 2545″ ทั้งนี้จากข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนรายงานตลาดหลักทรัพย์ ฯ ณ 2 กันยายน 2554 พบว่า บริษัทจดทะเบียน126 แห่งที่ประกาศจ่ายเงินปัน เป็นบริษัทใน SET 107 แห่ง มูลค่าเงินปันผลรวม 109,577 ล้านบาท และบริษัทใน mai 19 แห่ง มูลค่าเงินปันผลรวม 473 ล้านบาท โดยรวมคิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล (Payout Ratio) ของงวดครึ่งปีที่ 37.84 %

บริษัทจดทะเบียนใน SET ที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บมจ. ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บมจ. ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และ บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) โดยเงินปันผลของทั้ง 5 บริษัทมีมูลค่ารวมมี 54,911 ล้านบาท หรือ 50.11% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดใน SET

ส่วนบริษัทใน mai ที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บมจ. เกียรติ ธนาขนส่ง (KIAT) บมจ. สาลี่อุตสาหกรรม (SALEE) บมจ. ถิรไทย (TRT) บมจ. ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง (UEC) และ บมจ. ธนมิตร แฟคตอริ่ง (DM) โดยมีมูลค่าเงินปันผลรวม 221 ล้านบาทหรือ 46.74% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมดใน mai

สำหรับหมวดธุรกิจที่จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ หมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมวดธุรกิจธนาคาร หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง และหมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ มูลค่าเงินปันผลรวม 90,432 ล้านบาท หรือ 82.17% ของมูลค่าเงินปันผลระหว่างกาลทั้งหมด

ทางด้านนายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซ รัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งซึ่งดูได้จากตัวเลขการทำกำไรและการจ่ายปันผลของบรษัทจะทะเบียน แต่ถ้ามองจากการขึ้นลงของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯแต่ละวันนั้น ก็จะสังเกตได้ว่า ยังมีปัจจัยจากเศรษฐกิจต่างประเทศ เข้ามาเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบเสมอ เป็นเพราะว่า ตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันเป็นโกลบอลไลซ์ (Globalization)การลงทุนเปิดกว้าง มีเม็ดเงินที่ไหลเวียนไปทั่วโลก นักลงทุนจึงต้องมีความใส่ใจ ในปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบโลก เพราะเมื่อปัจจัยเศรษฐกิจต่างๆ ฝั่งยุโรปและอเมริกาคลี่คลาย เงินลงทุนก็จะไหลเข้ามาสู่เอเชียและไทย เม็ดเงินที่ลงทุน ก็จะมีการไหลเข้า-ออก เป็นเรื่องปกติ

อนึ่ง นอกจากตัวเลขการจ่ายปันผลที่สูงเป็นประวัติการณ์แล้ว ก่อนหน้านี้บริษัทจดทะเบียนได้รายงานตัวเลขกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกที่สูงมากเช่นกัน โดยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) จำนวน 472 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 385,957 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่กำไรรวม 286,727 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 34.61% โดยมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6 กลุ่ม นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนมียอดขายรวม 4,487,505 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และ บมจ. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)

สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรรวมสูงสุด 5 อันดับแรกในช่วง 6 เดือนแรกปี 2554 จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธนาคาร หมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และหมวดวัสดุก่อสร้าง

รายงานข่าวจากกรมสรรพากร ระบุว่า รายได้ของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่จะช่วย การจัดเก็บภาษีของรัฐบาลยังคงเติบโตได้ตามเป้าและเป็นการส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจของไทยยัง คงเติบโตได้ ส่วนการลดภาษีนิติบุคคลตามนโยบายรัฐก็เพื่อ จูงใจให้ภาคธุรกิจเข้ามาจดทะ เบียนจัดตั้งบริษัทมากขึ้น และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)ในปี 2558 ดังนั้นคงเป็นเรื่องที่รัฐบาลได้มีการพิจารณามาแล้วว่ามีความเหมาะสมและสามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าอาจจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ในส่วนดังกล่าวไป ดังนั้นรัฐบาลอาจจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับเพิ่มในส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) หรือการปรับลดสิทธิภาษีบีโอไอ ก็น่าจะช่วยชดเชยรายได้ในส่วนที่หายไปได้

ก่อนหน้านี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลกรมสรรพสากร กล่าวว่า การปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มกราคม 2555 นั้น จะส่งผลกระทบให้รับบาลสูญเสียรายได้จากส่วนดังกล่าวประมาณ 5 หมื่นบาทต่อปี

นอกจากนี้ นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า การลดภาษีนิติบุคคลที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2555 จะช่วยทำให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนที่เติบโตที่ระดับ 16.7% ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลปรับตัวสูงขึ้นด้วย

จาก  หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ศึกษาธิการ * “วรวัจน์” รื้อรายการหนุนเรียนฟรี 15 ปีใหม่ ปรับจากแจก 5 รายการ ให้มีออพชั่นเลือก 10 รายการแทน และเตรียมเก็บค่าเทอมผู้ปกครองที่มีฐานะ และสมัครใจไม่รับสิทธิ์เรียนฟรี ด้านงบปี 55 กดวงเงินจากยอด 5 แสนล้าน ให้เหลือ 4.1 แสนล้าน เผยงบแท็บเล็ต 3 พันล้าน ยันให้เฉพาะเด็ก ป.1 ก่อน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การดำเนินการของโครงการเรียนฟรี เรียน ดี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ หลังจากได้ดำเนิน การต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว ซึ่งคราวนี้รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณ เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย สำหรับนักเรียนในการศึกษาภาคบังคับ 5 รายการ คือ ค่าเทอม ค่าเครื่องแบบนัก เรียน ค่าหนังสือเรียน ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทั้งนี้ ตนมองว่ารายการดังกล่าวที่จัดสรรให้อยู่แล้วอาจไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนต้องการ เพราะผู้ปกครองบางรายอาจต้องการความสนับสนุนในราย การอื่นๆ อีก อาทิ รายการเครื่องแบบนัก เรียน หากนักเรียนบางรายมีเครื่องแบบอยู่แล้วในปีนั้นผู้ปกครองอาจจะไม่ต้องการเพิ่ม ก็ได้ ดังนั้น จึงได้ให้สำนักงานคณะกรรม การการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไปสำรวจความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครอง อีกครั้งว่า จริงๆ แล้วนักเรียนและผู้ปกครองต้องการความช่วยเหลือในรายการใดบ้าง

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ก็ใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นพื้นฐานในการจัดทำ เป็นบัญชีรายการที่จะจัดสรรให้นักเรียนตาม โครงการเรียนฟรีฯ ซึ่งอาจจะทำรายการ 10 รายการ แล้วให้ผู้ปกครองนักเรียนเลือกตัดสินใจ เองว่า ภายใต้วงเงินที่จัดสรรให้นั้น จะเลือก รับรายการใดบ้างเพื่อให้ตรงตามความต้องการและเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนมากสุด อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการทันทีตั้งแต่ปีการศึกษา 2555 และเมื่อ สพฐ.สำรวจความต้องการมาแล้ว ก็จะสรุปรายการที่ควร จะจัดสรรอยู่ต่อไป

นอกจากนี้ตนยังมีแนวคิดว่า ต่อไปโรงเรียนใดที่ผู้ปกครองมีศักยภาพพร้อมและไม่ต้องการรับจัดสรรงบประมาณรายหัวตามโครงการเรียนฟรี 15 ปีนั้น มีแนวโน้มจะได้รับโอกาสให้สามารถพิจารณาเก็บค่าบำรุงการศึกษาเพิ่มเติมจากผู้ปกครองได้หากผู้ปกครองเห็นชอบ

รมว.ศธ.กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้สำ หรับเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2555 นั้น ขณะนี้ทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ.เสนอของบประมาณรวมกันกว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับการอนุมัติตามนั้น ดังนั้น ตนจึงมอบหมายให้นายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เล ขาธิการ กกอ.) ไปประชุมกับทุกหน่วยงานช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 10-11 ก.ย.นี้ เพื่อเกลี่ยงบให้ลดลงตามกรอบงบประมาณที่ ศธ. ได้รับจัดสรร 4.1 แสนล้านบาท แล้วนำมาเสนอตนในวันที่ 12 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม หาก รายการใดมีความจำเป็น ตนก็พร้อมที่จะหา รือคณะรัฐมนตรีเพื่อขอวงเงินเพิ่มเติม

“ผมได้หารือคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องงบประมาณ ซึ่ง นายกฯ ขอให้ ศธ.กลับมายืนที่กรอบวงเงินงบประมาณ เดิม หากจำเป็นก็ค่อยเสนอขอวงเงินงบประ มาณเพิ่มเติมภายหลัง ผมจึงให้คุณสุเมธดำเนิน การ เพราะมองว่าอีกไม่เท่าไรก็จะเกษียณอายุ ราชการ ไม่มีข้อกังขาเรื่องความเกี่ยวข้องใน เรื่องงบประมาณไปดำเนินการ ส่วนงบประ มาณโครงการ One Tablet Pc Per Child นั้นได้เสนอของบไว้เพียง 3 พันล้านบาท โดยยังยืนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ส่วนระดับอื่นๆ หากมีความพร้อมค่อยของบประมาณเพิ่มภายหลัง” รมว.ศธ.กล่าว.

จาก  หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จะจัดงานแถลงข่าว “Ultra Wi-Fi by TrueMove H @ Siam Paragon” โดยมีรายละเอียดดังนี้

วันงาน : อังคารที่ 13 กันยายน 2554
เวลา : 14.30 —16.00 น.
สถานที่ : แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 สยาม พารากอน (หน้าร้านเกรฮาวด์ คาเฟ่)
ผู้บริหารแถลงข่าว

บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท สยาม พารากอน ดีเวลลอบเม้นท์ จำกัดคุณศุภชัย เจียรวนนท์ คุณชฎาทิพ จูตระกูลกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร ผู้บริหารสูงสุด

สำหรับสื่อมวลชน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่:
สายงานสื่อสารองค์กร และประชาสัมพันธ์การตลาด กลุ่มทรู
บริษัท พีอาร์ โฟกัส จำกัด
ประภาส จรสรัมย์
โทร.+66 (0)818 277354
E-mail:prfocus@truemail.co.th

ดีแทคเตรียมจำหน่าย iPad 2 รุ่น Wi-Fi + 3G พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับ iPad 2 เร็ว ๆ นี้

iPad 2 คืออุปกรณ์ดิจิตอลมหัศจรรย์ล่าสุดจาก Apple ที่ออกแบบมาเพื่อใช้บราวซ์เว็บ อ่านและส่งอีเมล์ ดูรูปถ่าย ชมวีดิโอ ฟังเพลง เล่นเกม อ่านหนังสือผ่านอีบุ๊ค และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่ง iPad 2 ได้รับการปรับปรุงจาก iPad รุ่นเดิมโดยมีความบางกว่า น้ำหนักเบากว่า และทำงานรวดเร็วกว่า โดยที่แบตเตอรี่ยังคงมีอายุการใช้งานได้ถึง 10 ชั่วโมงเหมือนเดิม ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad 2 ได้ที่ http://www.apple.com/ipad

เสนอข่าวในนาม บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น
รายละเอียดเพิ่มเติม บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์ จำกัด
วราลี บุนนาค (waralee.bunnag@ogilvy.com) โทร. 0 2205 6627
สุภาพร มาศิริ (supaporn.masiri@ogilvy.com) โทร. 0 2205 6643

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) กล่าวว่า  จากงาน dtac 3G Expo ที่ผ่านมาได้เล็งเห็นถึงความต้องการใช้งาน dtac 3G ของลูกค้าที่มากขึ้น และอัตราการใช้งานดาต้าบนเครือข่ายดีแทคทั่วประเทศได้เติบโตขึ้นมาก ดีแทคจึงได้นำแพ็กเกจมาปรับใหม่เพื่อเอาใจผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่มีอย่างหลากหลาย

แพ็กเกจสมาร์ทโฟนใหม่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ มีทั้งแบบใช้เน็ตไม่จำกัดรองรับ iPhone, Android และสมาร์ทโฟนทั่วไป คือ Smartphone 699, Smartphone 899, Smartphone 1199 หรือแบบคิดตามเมกะไบต์ที่ใช้งาน Smartphone 399 ใช้ 3G/EDGE ได้ 200 MB/เดือน เป็นต้น และยังมีแพ็กอื่นๆ ที่รองรับสมาร์ทโฟนและทุกการใช้งานที่เหมาะสมกับลูกค้าอีกมากมาย พร้อมทั้งยังได้รับส่วนลดค่าบริการสูงสุด 1,200 บาทเมื่อซื้อสมาร์ทโฟนใหม่อีกด้วย

นอกจากนี้ เพื่อตอบสนองลูกค้าที่ต้องการสมาร์ทโฟน 3G 850MHz ยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษโดยดีแทคร่วมมือกับบัตรเครดิตชั้นนำ 10 บัตร อาทิ บัตรเครดิตกรุงศรี, โฮมโปรวีซ่า, เซ็นทรัล เครดิตคาร์ด, โรบินสันวีซ่า คาร์ด, บัตรกรุงศรี เฟิร์สช้อยส์, กสิกรไทย, เคทีซี, แสตนดาร์ดชาร์เตอร์ด, ไทยพาณิชย์ และยูโอบี มอบข้อเสนอพิเศษให้ลูกค้ารับเงินคืนสูงสุด 15% เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน 3G พร้อมแพ็กเกจสมาร์ทโฟนที่ร่วมรายการ

สมาร์ทโฟนรุ่นยอดนิยมที่ดีแทคนำมาร่วมรายการในครั้งนี้มีทั้ง  iPhone, Samsung, HTC, Blackberry และ Nokia ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะชำระเต็มจำนวน หรือผ่อนดอกเบี้ยอัตรา 0% นาน 10 เดือน รวมทั้งยังสามารถเลือกผ่อนในอัตราดอกเบี้ย 0.69% นาน 20 เดือน

ข้อมูลจาก อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ศศิธร 

 

Acer Aspire S3เป็นอัลตร้าบุ๊คที่บางที่สุดที่คุณไม่ควรพลาดนะจ๊ะ ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบของผลิตภัณฑ์มาจาก MacBook Air ที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทั่วโลกอยู่ในปัจจุบัน 

 

Acer Aspire S3 จะมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Intel Core Gen 2 และมีสตอเรจให้เลือกสองแบบคือ SSD หรือฮาร์ดดิสก์แบบไฮบริด ซึ่งแน่นอนว่า ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่เป็นเลิศ หากพิจารณาจากภายนอกเครื่องก่อน Acer Aspire S3 จะใช้เคสที่ทำจากโลหะผสมอัลลอย อะลูมิเนียม/แมกเนเซียม ทำให้มีน้ำหนักเบา และไม่ติดคราบรอยนิ้วมือได้ง่าย เรียบหรูดูดีด้วยตัวเครื่องที่บางเฉียบแค่ 0.51 นิ้วเท่านั้น (บางเท่าๆ กับ MacBook Air) น้ำหนักแค่ 3 ปอนด์ (ประมาณ 1.4 กิโลกรัม)

Acer Aspire S3 จะมีหน้าจอ LED ขนาด 13.3 นิ้ว แสดงผลระดับ HD และโพรเซสเซอร์ให้เลือกได้ตั้งแต่ Intel Core i3/i5/i7 สตอเรจก็จะมี SSD 240GB หรือ 320GB/500GB HDD+SSD (ช่วยให้ตอนเปิดเครื่องเร็วขึ้น) ที่่น่าทึ่งมากๆ คือ Acer Aspire S3 สามารถแสตนด์บายได้นานถึง 50 วัน ในขณะที่ เทคโนโลยี Instant On ที่มากับ Acer Aspire S3 จะทำให้สามารถเปิดเครื่องขึ้นทำงานได้ภายใน 1.5 วินาที นอกจากเปิดเร็วแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เร็วด้วยเทคโนโลยี Instant Connect ผู้ใช้สามารถต่อเน็ตได้ภายใน 2.5 วินาที แบตเตอรี่ใช้ต่อเนื่องได้นาน 7 ชั่วโมง

นอกจาก Acer Aspire S3 จะเน้นดีไซน์ที่ดูดี พร้อมด้วยสมรรถนะการทำงานที่น่าสนใจมากๆ แล้ว ทางผู้ออกแบบยังใส่ใจเรื่องของการไหลเวียนของอากาศ โดยพัดลมที่อยู่ภายในจะสามารถระบายความร้อนออกทางด้านหลังเครื่อง ซึ่ง Acer กล่าวว่า ผู้ใช้จะไม่รู้สึกถึงความร้อนที่เกิดขึ้นเลย สำหรับคุณสมบัติในส่วนอื่นๆ ก็จะมีระบบเสียง Dolby Home Theater v4 เว็บแคม 1.3 ล้าน เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi 802.11b/g/n และ Bluetooth 4.0 อีกทั้งยังมีช่องอ่านการ์ดหน่วยความจำ 2-in-1 พร้อมพอร์ต HDMI และ USB ครบถ้วน สนนราคาเริ่มต้น S3 อยู่ที่ 799 Euro หรือประมาณ 33,800 บาท

ข้อมูลจาก http://www.arip.co.th

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.